W i n y o u 's ... D i a r y

ส่งข้อความเมื่อ 2002-06-30 - 11:23 a.m.

การทำกิจกรรมนักศึกษา ...สมัยนี้เป็น อย่างนี้แล้วหรือ?

***********************************

เมื่อวานนี้หลังจากขับรถไปส่งลูกเรียนพิเศษที่โรงเรียน เลยขับรถเข้าเมืองหาที่ทานข้างและเดินเล่นในเมือง เหมือนกิจกรรมที่ ชาวกรุงเทพทำๆกัน ในวันหยุด.... จุดหมายแรกที่ไปคือ เอารถไปจอดที สยามฯ

ปรากฎว่าไปถึงห้างเช้าไปหน่อย ดูนาฬิกา ตอนนั้นเวลาอยู่แค่ราวๆ 9 โมงกว่าๆ ห้างกว่าจะเปิดก็อีก ตั้งชั่วโมวหนึ่ง ... อย่ากระนั้นเลย แฟนก็พูดขึ้นมาว่า ไปเดิน ตลาดนัดสวนจัตุจักร ดีกว่า ไม่ได้ไปมามนานแล้ว แต่เรื่องที่จะให้ขับรถไปจอดที่นั้น คงเป็นเรื่องที่ค่อยสะดวกเท่าไร ... พวกเราเลยใช้วิธีกระโดดขึ้น รถไฟฟ้าแทน ...

วิธีนี้ก็สะดวกดี ใช้เวลาแค่ 20นาทีก็ไปถึงที่หมาย เดินอีก 300 เ มตรจากสถานีรถไฟฟ้าก็ถึงตลาดของตกแต่งบ้าน ที่ เป็นโซนเดียวของตลาดสวนจัตุจักร์ที่ชอบมาดูของมากที่สุด ...

การมาเดินสวนฯคราวนี้ ไม่ได้อะไรติดมือกลับบ้าน เพราะ ไม่มีของเข้าตา ของที่อยากได้ อย่างตู้ปลาติดผนัง ก็ ดูแล้วดูอีก ต่อราคากับ แม่ค้าแล้ว กำลังตัดสินจะซื้ออยู่แล้ว แต่พอคิดว่าต้องบำรุงรักษามันอย่างไร ก็รู้สึกท้อใจ เลยถอยดีกว่าไม่เอาดีกว่า รอให้ ใจกล้าๆบ้าๆกว่านี้คราวหน้า อาจจะคิดน้อยลง แล้วซื้อก็ได้ แต่คราวนี้ คิดมากไปหน่อยเลยไม่ได้ของ ....

เค้าถึงมีคนพูดว่า การช้อบบิ้ง นั้นนะ ถ้าจะซื้อให้ได้ของต้อง มีสติน้อยๆ เหตุผล น้อยๆ ถึงจะได้ของ เมื่อไรที่ มีสติและสมองเครียๆละก็มักจะไม่ค่อยได้ของ นะ.. ซึ่งก็จริงๆมากเลย ลองนึกดูว่า ตอนที่เราไปเที่ยวเมืองนอก ออกไปซื้อของกัน ช่วงเวลานั้น สติสตังของนักท่องเที่ยวมักจะไม่ค่อยเครียมาก บางคนก็เมารถ เมาเครื่องบิน นอนก็ไม่พอ เบรอๆทุกคน ตอนนั้นแหละ ช้อบกันแหลก ซื้อของมาเต็มมือ บางอย่างกลับมาที่บ้าน ปรากฎว่า ต้องมานั่งถามตัวเองว่า ไอ้นี้ซื้อมาทำไมวะ ตู .....

ระหว่างที่เดินไปกลับ จากจุดหมายปลายทางกับสถานรถไฟฟ้า ก็พบภาพชินตาสำหรับคนในเขตเมือง คือ วนิพก และ ขอทาน ... ผมใช้คำเรียกที่แตกต่างกัน ระหว่าง มนุษย์ที่ เป็นขอทานกับ วนิพก เพราะเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งที่มีบทความว่า วนิพกนั้นนะต่างจาก ขอทาน ที่ว่า วนิพก จะมีกิจกรรมที่ตอบแทนคนที่ให้เงิน อย่างเช่น ร้องเพลง, เล่นดนตรี หรือ แสดงอะไรให้เราดูเพื่อแลกกับเงินที่เราให้ ....

ส่วนขอทานั้นก็แปลกกันตรงตัว คือ ขอเงินทาน กังนั้นขอทานจะต้องไม่แสดง หรือ ร้องเพลงเพือแลกเงิน แต่แค่ตั้งหน้าตั้งตาขออย่างเดียว .... นี่เองคือสาเหตุที่ผมบอกว่า เจอทั้ง วนิพก และขอทาน .....

หลังจากเสร็จกิจกรรมที่ ตลาดสวนจัตุจักร โดยไม่ได้ของติดมือกลับบ้าน เดินาขึ้นรถไฟฟ้ากลับมาที่สยามฯ โดยเดินข้ามสะพานลอยข้ามถนนมาฝั่งสยามสแควร์ เพราะแฟนบอกว่าอยากทานก้วยเตี้ยวเรือติดแอร์ ....

เราสองคนพบกลุ่มนักศึกษา กำลังประกาศป่าวๆ ให้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้น ว่าให้มาช่วยกันบริจากเงินกัน ... วูบแรกที่คิดก็คาดว่า นาจะเป็นมูลนิธิการกุศลอะไรสักอย่าง มาเรี่ยรายเงินให้เด็ก หรือคนป่วย หรือ คนด้อยโอกาส .. แต่พอเดินเข้าไปใกล้ และได้ยินข้อความที่เด็กเค้าประกาศชัดๆ กลับเป็นว่า .......

นักศึกษาเหล่านี้ กำลัง ประกาศ เรี่ยไร หาเงิน ทำกิจกรรมนักศึกษา ... ออกค่าย .... บอกตรงๆ ว่า งง ครับ กับ การกระทำของนักศึกษากลุ่มนี้ครับ ... เพราะ อยากจะพูดว่า การที่ น้องๆ เค้าทำอย่างนี้ ไม่ได้แตกต่างอะไร กับ การเป็น "ขอทาน" และไม่ได้เป็นเแม้แต่ "วนิพก" ด้วยซ้ำ ...

จำได้ว่าสมัยตอนนี้ เป็นนักเรียน นักศึกษา ตอนหาเงิน เพื่อทำกิจกรรมกัน ... นั้น พวกเราจะมีวิธีการหาทุนหลากหลายรู้แบบ ตั้งแต่ขอเงินคณะ มหาวิทยาลัย ...ทำของออกมาขาย เปิดร้านขายน้ำ เปิดซุ่มขายลูกชิ้นปิ้ง ตามช่วงเวลา ที่เค้ามีกิจกรรมมหาวิทยาลัย เช่น งานลอยกระทง งานปีใหม่ ....หาโฆษณา ให้กับหนังสือ คณะ หรือที่มักได้เงินหนักๆคือ การขอสปอนเซอร์จากบริษัทหรือ ร้านค้า ตรงๆ ...

แต่นี่ เค้าทำกันง่ายๆ แค่นี่หรือ คิดกันง่ายๆ แค่นี้ หรือครับ ..... ผมว่าวิธีกานี้ ตื้นไปหน่อยมั้งนะครับ ... บอกตรงๆว่า เศร้าใจมากครับ สำหรับ สิ่งที่พบวันนั้น ....

แต่เรื่องเดียวกันนี้ ก็ทำให้ผม คลายข้อสงสัยในใจที่มีนานแล้วไปได้อย่างหนึ่ง ก็คือ ผมเคยสงสัยนานแล้วว่าทำไม ในอาษาเว็บบอร์ดตอนนี้มากกว่าครึ่งหนึ่ง ถึงเป็นคำถามของ นักเรียน นักศึกษา ที่มาถามการบ้าน แบบดิบๆ

คำว่าคำถามแบบดิบๆนั้นก็คือ เป็นคำถามที่อ่านแล้วรู้สึกเลยว่า คนที่ถามนั้นไม่มีการค้นคว้าเรื่องดังกล่าวมาก่อน หรือ ไม่อ่านหนังสือเรื่องที่เกี่ยวข้องมาก่อน หรือ บางคนไม่เคยแม้แต่เข้าห้องเรียนฟังแลกเชอร์ หรือไม่แม้แต่เข้าฟังคำอธิบายคำสั่งงานของอาจารย์ ด้วยซ้ำ ....

ผมคิดว่าผมได้รับคำตอบ ข้อสงสัยเรื่องนี้แล้วครับ .......


ก่อนหน้านี้