W i n y o u 's ... D i a r y
|
หลังจากที่ได้บ่นๆ เรื่องโฆษณาแบบ้าเลือดและไม่มีคุณธรรมในสื่อสองประเภท คือ ในสื่อสิ่งพิมพ์ และในรายการวิทยุไปแล้ว วันนี้จะมา พูดถึงอีกสื่อหนึ่งซึ่งเป็นสื่อที่มีอิทธิพลมากที่สุดในปัจจุบัน คือ สื่อทีวี ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าปัจจุบันนี้ ทีวีหรือโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีผลต่อกระแสสังคมเป็นอย่างมาก แซงหน้าหนังสือพิมพ์ซึ่งเคยเป็นสื่อที่มีอิทธิพลมากในยุคก่อนสมัยรัฐบาลเผด็กการ สาเหตุส่วนหนึ่งคงมาจากความเป็นอิสระและการมีเสรีภาพมากขึ้นในวงการนี้ ทำให้สื่อโทรทัศน์สามารถนำเสนอข่าวสารต่างๆ ได้แปลกใหม่และหลากหลายกว่าสมัยถูกควบคุมโดยกลไกของรัฐและข้าราชการประจำ ประกอบกับธรรมชาติของโทรศัทน์ที่สามารถนำเสนอภาพและเสียงก็เลยยิ่งทำให้เข้าถึงประชาชนได้มากและรวดเร็ว เพราะการเติมโตของความนิยมการดูทีวีของคนทั่วไปนี้เอง สิ่งที่ตามมาในตลาดการค้าเสรีก็คือการโฆษณาอย่างเสรี มีการพยายามใช้ทีวีในทุกวิธีและทุกรูปแบบเพื่อให้นำเสนอโฆษณาขานสินค้าหรือองค์กรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าการโฆษณาคั่นระหว่างรายการ ก่อนเสนอรายการ และหลังเสนอรายการ มีการเอาโฆษณาแทรกไปตามจุดต่างๆ อย่างเต็มที่ เท่าที่ระเบียบที่กำหนดอนุญาต . เรื่องการฉายโฆษณาอะไรนี้นะก็ไม่ติดใจเท่าไร เพราะถ้าไม่มีโฆษณา เราก็จะไม่มีรายการดีๆดู อย่างที่ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยพยายามโปรโมทย์อยู่ในช่อง ยูบีซี ต่างๆ ว่าโฆษณานั้นดีอย่างนั้นดีอย่างโน้น แต่ลืมบอกเรื่องหนึ่งก็คือการโฆษณานั้นดีที่สุดกับคนที่สื่อโฆษณานั่นเองแหละ ดูโฆษณาเรื่องนี้ตั้งหลายตอนไม่เห็นพูดถึงข้อดีนี้เลย นะ อีกอย่างก็ไม่รู้ว่า ยูบีซีเอาเรื่องนี้มาโปรโมทย์ตามช่องต่างๆของตนเองนั้นมีจุดประสงค์อะไร เพื่อสังคมหรือเปล่า หรือว่าเพียงต้องการสื่อกับสมาชิกที่เสียงเงินให้กับยูบีซีว่า อีกหน่อยจะขอมีโฆษณาบ้าง มั้ง กลับมาเรื่องโฆษณาในรายการทีวีต่อ ในสายตาของผมรายการที่มีการโฆษณาที่น่าเกลียดที่สุดก็คือ พวกรายการเกมส์โชว์ทั้งหลาย ไม่ว่าจเป็นรายการเกมส์โชว์ที่เอาดาราจัดเองเอาเพื่อนดารามาเล่นเองแบ่งรางวัลกันเอง หรือจะเป็นรายการเกมส์ที่ให้คนทางบ้านมาเล่น ไม่ว่าจะเป็นรายการที่ในรูปแบบแบบตอบคำถาม โง่ๆ เช่น ถามว่าดาราคนนี้ใส่กางเกงในสีอะไร หรือแมวที่บ้านคนดังคนนั้นครั้งละกี่ก้อน . ไม่รู้ว่าคนจัดไปคิดสรรหาคำถามพวกนี้มากจากส่วนไหนของอวัยวะในร่างกาย นะ หรืออาจจะเป็นรายการให้แสดงออกโง่ๆ เช่นให้ไปรำลิเกที่สี่แยกไฟแดงอะไรแบบนั้นนะ แต่อีกละเรื่องพวกนี้ก็ยังพอทนเพราะเราไปเลือกที่จะดูรายการพวกนี้เอง ที่ทนไม่ได้และไม่น่าจะทนเลยก็คือเรื่องโฆษณาสินค้าในรายการนี้ซิ ท่านเล่นโฆษณาได้ทุกเม็ดจริงๆ ทุกฉากทุกตอนจะแทรกด้วยการโฆษณา นอกจากโฆษณาสายหลักที่มีการเปิดฉากกระหน่ำการโฆษณากันตรงๆเหมือนรายการทั่วไป โดยเปิดฉากเริ่มต้นไล่ตั้งแต่เปิดรายการ ไตเติ้น ก็จะเริ่มประกาศว่า รายการชื่อ รายการอะไร เสร็จแล้วตามด้วยว่า รายการนี้อุปถัมภณ์โดยสินค้าชื่อหรือรัฐวิสาหกิจชื่อ . ยังไม่ทันเข้ารายการก็ต่อด้วยหนังโฆษณาสัก 3 เรื่องจึงจะได้ฤกษ์เปิดรายการ เปิดฉากออกมา ฉากของรายการก็ออกแบบมาเพื่อให้แสดงป้ายโฆษณาสินค้าต่างๆแพวพราว จนเกือบมองไม่เห็นว่าฉากนั้นเป็นฉากอะไร ทั้งซีอิ้วน้ำปลา กระทะหม้อชามรามไห มากับครบ เมื่อแนะนำรายการโดยพิธีกรที่ยิ่งนานวันพิธีกรก็เยอะมากขึ้นๆ จนตอนนี้เกือบคิดว่าบางคนเค้าจ้างให้มายืนเฉยๆก็มี พอพิธีกรออกมาเสร็จก็ต้องแนะนำคนเข้าแข็งขัน พร้อมกับแนะนำสินค้าบนแท่น หลังากนั้นเล่นเกมส์ก็ต้องมาเปิดป้ายสินค้า ก่อนเปิดป้ายก็ต้องมีฉายหนังว่ารายการไหนใครอุปถัมภ์ เงินหรือจ่ายเงินรางวัล กลัวคนดูไม่รู้ ที่สงสารนะ สงสารคนออกแบบฉากของรายการพวกนี้ วันๆ คงต้องนั่งคิดว่าจะทำให้ป้ายสินค้าเหล่านี้ดูเด่นเอาใจเจ้าของสินค้าอย่างไร โดยไม่ดูทุเรศที่สุดเท่าที่ทำได้ ถามว่า พอกันหรือยังกับการโฆษณาบ้าเลือดเหล่านี้ เมื่อไร ความอุบาทว์เหล่านี้จะหมดไปเสียที เมื่อไรที่ความฝันที่ว่า เมื่อเราเปิดรายการมาจะเห็นฉากสวยๆอย่างที่เนื้อหาของรายการควรจะเป็นปรากฏกับสายตา การดำเนินรายการเนื้อหาส่วนใหญ่ก็เพื่อนำเสนอรายการตามเนื้อหาหลักของรายการ ไม่ใช่ รายการขายของ ขายของแบบนี้ พอทีเถอะ ขอร้องเถอะนะท่านเจ้าของรายการทีวี ทั้งหลาย ขอเถอะนะ
|