W i n y o u 's ... D i a r y
|
การอนุรักษ์งานสถาปัตยกรรมไทยกับการอนุรักษ์ภาษาไทย.............................. เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (31/05/2543) ถือว่าผมได้รับเกียรติมาก จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ไป นำเสนอบทความ ทางสถาปัตยกรรม เรื่อง "การประสานข้อมูลทางสถาปัตยกรรม" เรื่องของเรื่องที่ผมได้รับเกียรติครั้งนี้ เพราะ อาจารย์รชด (อาจารย์แป๋ง) กับ อาจารย์ชนิกานต์(อาจารย์มุก) ที่ได้ส่งแฟ็กมาหาผม แล้วเขียนสั้นๆว่า ช่วยส่งบทความวิชาการ เข้ามาในการสัมมนาวิชาการของสภาคณะบดีสถาปัตย์ หน่อย".............. ผมเลยจับพลัดจับพลูหยิบบทความเรื่อง "การประสานข้อมูลทางสถาปัตยกรรม" ที่ผมเขียนขึ้นสำหรับใช้ในการบรรยายพิเศษ ให้กับ นิสิตปริญญาโท ที่คณะสถาปัตย์ จุฬาฯ เมื่อ สองปีก่อนมาปัดฝุ่นหน่อยเติมข้อมูลใหม่ๆลงไปส่งไปกับอาจารย์ทั้งสองท่าน แต่ที่ยากมากก็คือ ข้อกำหนดของการส่งบทความครั้งนี้ บอกว่าไม่เกิน 8 หน้า แต่บทความต้นฉบับที่ผมเขียนยาวเกือบๆ 20หน้า ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันกว่าจะตัด คัด และย่อ ให้ลงในจำนวนหน้าที่กำหนดได้ คราวนี้พอผมส่งบทความนี้ไปก็ให้โล่งอก เพราะเหมือนหมดภาระไปอย่างหนึ่ง แต่ผมก็ดีใจได้ไม่นานนัก เพราะสองสัปดาห์ถัดมาอาจารย์มุกอีเมลล์มาบอกผมว่า "พี่วิญญู ต้อง มานำเสนอบทความเป็นบรรยาย หรือ ทำเป็นโปสเตอร์ ก็ได้ นะคะ " ว่าแล้วก็ต้องเหนื่อยอีกรอบ ครับ แต่ผมเลือกบรรยายมากกว่าทำโปสเตอร์นะครับ เพราะใช้เวลาน้อยกว่าอีกทั้ง ผมชอบที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่ผมจะนำเสนอมากกว่า นะครับ ว่าแล้วก็ต้องเตรียมทำ แผ่นนำเสนองาน อยู่อีกกว่าสัปดาห์ ในวันที่ผมไนำเสนอนั้นมีการบรรยายนำเสนอบทความที่น่าสนใจมากใสยหลายหัวข้อ ในระหว่างที่รอ ที่จะขึ้นไปนำเสนอนั้น ก็มีบทความที่อาจารย์ทางสถาปัตยกรรมอยู่ท่านหนึ่งนำเสนอ บทความสองเรื่อง ซึ่งทั้งสองเรื่องเกี่ยวกับ สถาปัตยกรรมไทย ล้วนๆ เนื้อหาก็น่าสนใจดีสำหรับ สถาปนิกภาคปฏิบัติอย่างผมซึ่งห่างหายไปกับแนวคิดในเรื่องการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยนานพอดู ประเด็นที่ผมค่อนข้างติดใจในการนำเสนอของท่านอาจารย์ในครั้งนั้น คือ ในระหว่างการนำเสนอที่อาจารย์ท่านนั้น เน้นเนื้อหาเน้นแนวคิดที่เป็นเชิงการอนุรักษ์แบบบริสุทธิ์ คือ การอนุรักษณ์สถาปัตยกรรมนั้นต้องไม่ไปปรับแต่เคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงใดๆ กับสถาปัตยกรรมเดิม ในขณะที่ท่านนำเสนอแนวคิดนี้ ปรากฏว่าคำพูดและภาษาที่ท่านใช้ กลับประกอบไปด้วยคำไทยคำคำอังกฤษคำ และคำเหล่านั้นก็มิได้เป็นคำยากที่หาคำไทยแทนยาก เช่น คำว่า ไดเมนชั่น (ระยะ,ขนาด) เลเวล (ระดับ) ฟอร์ม (รูปทรง) ความรูสึกของผมในขณะนั้น จึงรู้สึกอีลักอีเลื่อยพอสมควร กับบรรยากาศ ที่ ไทยก็ไทย ฝรั่งก็ไม่ฝรั่ง นะครับ ความรู้สึกเปรียบเทียบในขณะนั้นก็คือ ผมเปรียบเทียบไปกับ รายการของไอทีวี ที่ครั้งหนึ่งไปสัมภาษณ์ ท่าน ดร. ศุภชัย ก่อนที่ท่านจะไปรับตำแหน่ง ประธาน WTO ซึ่งวันนั้นผมนั่งฟังอยู่หน้าจอ ตอนแรกที่ไม่รูสึกอะไร รู้สึกแค่ว่าท่านพูดน่าฟังดี จนฟังมาๆได้กลางรายการเลยเกิดข้อสังเกตุในใจว่า ผมไม่ยักได้ยินคำภาษาอังกฤษ หลุดจากปากท่านเลยแฮะ ขนาด ท่านพูดชื่อ เมืองเช่น นครเจนีวา ท่านยังพูดว่า "เจนีวา" ไม่ได้ออกสำเนียงแบบเด็กไทยเรียนเมืองนอกให้หมั่นไส้ว่า "เจนี้หว่า" พอเกิดแนวคิดนี้เลย นั่งฟังแบบตั้งใจว่า ท่านจะหลุดคำภาษาอังกฤษไรบ้างหรือเปล่า ......................... ฟังสัมภาษณ์ ท่านจนจบก็ไม่ปรากฎว่า ท่านได้ใช้คำภาษาอังกฤษเลย นอกจากชื่อเฉพาะเท่านั้น และคำไทยหลายคำที่ท่านใช้ก็ไม่ได้ใช้คำยากเลยเป็นคำง่ายๆที่คนไทยปกติเข้าใจได้ คราวนี้ ผมเลยสงสัยว่า ท่านศุภชัย ท่านอาจจะไม่แตกฉานภาษาอังกฤษเลยไม่กล้าใช้ภาษาอังกฤษ หรือ อาจารย์สถาปัตย์ท่านแรกที่ผมพูดถึงนั้นไม่แตกฉานภาษาไทยเลยไม่กล้าใช้ภาษาไทย ผมยังไม่กล้าตัดสินครับ สองจิตสองใจอยู่ว่า เหตุผลจริงๆ เป็น อย่างไงกันแน่นะครับ แล้วท่านละครับคิดว่า อย่างไงครับ? =^-^= ******************************************************************************* |